| แหล่งท่องเที่ยว |
|
|
|
กระดานข่าวหลัก > กระดานข่าว
| อ่านกระทู้ |
|
| โดย |
ถึงท่าน นายกเทศบาล คนใหม่ |
ตนตลาด
|
| เมื่อ 15:28:07 : Thursday, 29 May 2553 |
|
|
|
ตอนนี้ก็เข้าฤดูฝนแล้ว ในตลาด "ยุงลาย" มากเหลือหลาย ช่วยเอายามาฉีดให้หน่อยได้ไหม ต้นไม้ตามข้างถนน ปีที่แล้ว ได้เห็นคนงาน มาตัด ปีนี้ยังไม่เห็นเลย อยากให้ นายกเทศบาล คนใหม่ ผู้ได้ซื่อว่า ทำงานฉับไว ช่วยเข้ามาแก้ไขหน่อย ถนนหน้า อำเภอ ก็แก้ไขได้ดีแล้ว ขอชมเชิญ ว่าดีมาก
แก้ไขโดย admin เมื่อ 30-05-2553 09:02 |
|
|
| โดย |
|
ตนตลาด
|
| เมื่อ 08:56:54 : Friday, 30 May 2553 |
|
|
|
โบราณว่า “ยุงร้ายกว่าเสือ” ใครจะเชื่อ-ไม่เชื่อก็สุดแท้แต่ ที่แน่ ๆ ยุคนี้ ปีนี้ จากสภาพแวดล้อมทั่วโลก สภาพแวดล้อมไทย “ยุงร้าย กว่าเดิม” สามารถทำอันตรายมนุษย์ ทำอันตรายคนไทย ได้ “ดุกว่าเดิม” โดยเฉพาะ “ยุงลาย” ที่มักจะกัดคนช่วงกลางวัน และเป็นพาหะสำคัญในการนำโรค “ไข้เลือดออก” “ไข้เลือดออก” โรคนี้ “เป็นแล้วมีโอกาสตายได้ !!” โรคนี้เกิดจากการ ติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งและมียุงลายเป็นพาหะนำโรค มักพบในเด็กอายุ 5-10 ขวบ แต่ก็ใช่ว่าคนอายุมากกว่า 10 ปีจะเป็นไม่ได้ แม้แต่ผู้ใหญ่ที่ร่างกายแข็งแรง ก็เป็น โรคไข้เลือดออกแล้วตายกันไม่น้อยแล้ว “อย่าได้ประมาทเด็ดขาด !!” ผู้ที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกนั้นจะมีอาการหลัก ๆ เป็น 2-3 ระยะ กล่าวคือ... ระยะไข้สูง จะมีอาการไข้ขึ้นสูง 2-7 วัน เบื่ออาหาร อาเจียนออกมามีสีน้ำตาลปนอยู่ ปวดศีรษะไข้ขึ้นสูง 38-40 องศาฯ ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ ในวันที่ 2-3 ผู้ป่วยมักจะซึมลง หน้าแดง ตัวแดง อาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง 60-90% ระยะวิกฤติ หรือ ระยะช็อก-เลือดออก จะอยู่ประมาณวันที่ 3-6 ของการป่วย ไข้ลด แต่อาการจะทรุดลงจนเข้าสู่ภาวะช็อก มีอาการกระสับกระส่าย มือ-เท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตตก อาเจียนมาก ปวดท้อง บางรายซึมมากขึ้น ปัสสาวะน้อย อาจมีเลือดออกในกระเพาะ ซึ่งถ้ามีอาการแทรกซ้อนก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ถ้าไม่มี และรักษาถูกต้องทันท่วงที ระยะนี้จะกินเวลา 24-48 ชั่วโมง แล้วเข้าสู่ระยะฟื้น ระยะฟื้น อาการทั่วไปจะดีขึ้น ความดันโลหิตและชีพจรกลับเป็นปกติ ปัสสาวะออกมากขึ้น ตับที่โตจะลดขนาดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ เริ่มรับประทานอาหารได้ มักมีผื่นแดงที่ขา ปลายเท้า ปลายมือ และมีอาการคัน เหล่านี้เป็นข้อมูลจำเพาะโดยสรุปของโรค “ไข้เลือดออก” โรคที่ปีนี้ในไทยต้องมีมาตรการป้องกันให้เข้มงวดยิ่งขึ้น !! ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้มีพิธีเปิดการรณรงค์ไข้เลือดออก ปี 2551 โดย ไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข มีพิธีปล่อยขบวนรถคาราวานกำจัดยุงลายออกรณรงค์พร้อมกันทั้ง 4 ภาคทั่วไทย มีตัวแทน อสม. ทั่วประเทศ จำนวน 500 คน มาประกาศเจตนารมณ์ร่วมจัดการปัญหาไข้เลือดออก กระตุ้นให้คนไทยช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและ ชุมชนของตนเอง โดย รมว.สาธารณสุขเน้นว่า... “สถานการณ์โรคไข้เลือดออกปีนี้น่าห่วงมาก มีแนวโน้มระบาดมาก กว่าปีที่ผ่าน ๆ มา จากฝนที่มาเร็ว และตกต่อเนื่องเป็นช่วง ๆ ทำให้มีน้ำขัง ในภาชนะต่าง ๆ รอบบ้าน และจาก “สภาวะโลกร้อน” ที่ทำให้ลูกน้ำกลายเป็น ยุงตัวแก่เร็วขึ้น ทำให้มียุงลายชุมขึ้น มีโอกาสนำเชื้อได้มากขึ้น !!” จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา เฉพาะตั้งแต่ 30 ธ.ค. 2550-10 พ.ค. 2551 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศ 13,943 ราย เสียชีวิตแล้ว 16 ราย มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละประมาณ 1,000 ราย นับว่าสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และสูงกว่าปี 2550 ถึงร้อยละ 72 โดยภาคกลางมีผู้ป่วยมากที่สุด 8,094 ราย รองลงมาคือภาคใต้ 2,373 ราย ภาค เหนือ 2,155 ราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,321 ราย ส่วนกรุงเทพฯ พบผู้ป่วยแล้ว 1,966 ราย นี่แค่ถึง 10 พ.ค. ของปีนี้ “ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ไข้เลือดออกระบาดสูงที่สุด !!” ซึ่งในส่วนของรัฐ การลดความรุนแรงของโรคได้มีการมอบนโยบาย ให้สาธารณสุขทุกจังหวัด และ อสม. เน้น “กำจัดยุงลาย” ลงให้มากที่สุด และ รณรงค์กวาดล้างแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก 7 วัน ทั้งในบ้าน วัด ศาสนสถาน แหล่งท่องเที่ยว รีสอร์ต โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย และบริเวณ อื่น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดซ้ำซาก และให้ทำอย่างเข้มข้นตลอดฤดูฝน ไปจนถึงเดือน ส.ค. ซึ่ง อสม. กว่า 800,000 คนทั่วประเทศ จะเป็นกำลังหลัก ขณะที่การรณรงค์ให้ประชาชนกำจัดยุงลายพร้อมกันทั่วประเทศ ก็เช่น... ปิดฝาโอ่งให้มิดชิด คว่ำโอ่งที่ไม่ได้ใช้, เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์, ปล่อยปลากินลูกน้ำในอ่างบัว, ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและบริเวณบ้าน “อย่าให้มีแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย” รวมทั้งเฝ้าระวังคนในครัวเรือน หากพบผู้ป่วยสงสัยเป็นไข้เลือดออกให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อป้องกันผู้ป่วยเสียชีวิต และรีบรายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที เพื่อให้หน่วยสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงควบคุมแหล่งแพร่เชื้อภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดใน วงกว้าง และให้สถานพยาบาลทุกแห่งเตรียมความพร้อม ทั้งแพทย์ พยาบาล อุปกรณ์ที่จำเป็นในการรักษาผู้ป่วย “ให้คอยสังเกตอาการคนในบ้าน หากมีไข้สูงให้กินยาพาราเซ ตามอล ห้ามกินยาลดไข้ชนิดอื่น โดยเฉพาะยาแอสไพริน ยาซองลดไข้ทุกชนิด ยาไอบรูโพรเฟน เพราะ (ถ้าเป็นไข้เลือดออก) อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติ อาการหนักมากขึ้น จนช็อกหรือตับวายได้ หากป่วยมีไข้สูงลอย ติดต่อกันประมาณ 3 วัน กินยาแล้วไข้ไม่ลด ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อยลง โดยเฉพาะในเด็ก ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายว่าอาจเกิดการช็อก (เพราะไข้เลือดออก) ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที” ...เป็นคำแนะนำของ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวง สาธารณสุข “โลกยิ่งร้อน...ยุงยิ่งร้าย” อย่ามองข้ามความปลอดภัย “ไข้เลือดออก...ปีนี้ดุมากขึ้น” ตายกันไปอื้อแล้ว !!!!!. |
|
|
| โดย |
|
เด็กทุ่งเหลี่ยม
|
| เมื่อ 15:38:26 : Saturday, 31 May 2553 |
|
|
|
ช่วยเหลือกันหน่อยนะครับเจ้านาย...... |
|
|
|
|
| วัดพิพัฒน์มงคล |

|
|